Sompong 的个人资料what happen with me?照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
what happen with me?10月2日 ความเศร้า และการจากลา ในวันนี้ได้รับรู้ข่าวที่น่าใจหายคือ การลาออกของเหม่ บอกตามตรงว่าหลังจากได้ยินจากปากนั้น ในตอนแรกไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย เพราะเราเห็นด้วยกับการไปรักษาตาของเหม่ตั้งแต่ที่เคยพูดอยู่กันก่อนหน้าแล้ว และการที่เหม่ตัดสินใจเดินตามหาฝันของตัวเองก็เป็นสิ่งที่ดี แล้วเราก็ไม่อยากให้เพื่อนเสียใจให้เหม่เห็นอย่างนั้นด้วย (สาวๆร้องไห้กันแทบทุกคนเลย) ถ้าเราเป็นเหม่ก็คงทำเหมือนกัน ไม่อยากให้ใครต้องลำบากใจ เสียใจ สู้ให้รู้แบบไม่เจอกันเลยดีกว่า
พอถึงเวลาเหม่ไปจริงๆ เรากลับรู้สึกเหมือนเป็นคนที่ปรับตัวได้ช้า ทั้งๆที่เราก็ไม่น่าจะผูกพันธ์กันมากมาย แต่ช่วงที่นั่งทำงานมันเหมือนมีเรื่องเก่าๆมาให้คิด (ออกแนวฟุ้งซ่านเล็กน้อย) เช่นเรื่องที่เหม่ปรึกษาเรื่องตาเคยเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนแล้วถูกคลื่นซัดแว่นหลุด มองอะไรไม่เห็น ตอนนั้นเราฟังก็น่ากลัวยังเรียกให้เหม่ไปทำตาเลย หรือเป็นตอนที่เหม่หาสถานที่ไปจีนว่าที่ไหนดี เปิดเว็ปให้เราดู ตอนกลับบ้านที่เหม่จะขับรถไปส่งเราที่บ้าน ตอนนั้นเรากลัวว่าเหม่ขับรถดึกๆอันตราย เลยไม่ยอมให้ส่ง ตอนที่คุยกันเรื่องเงิน น้อง(ของเรา) และรถ เถียงกะปอนด์ว่าไอ้ Turbo มันทำงานยังไง ในที่สุดต้องไปถามพี่ต่อให้เฉลย หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างตอนที่ในกลุ่มคุยกันเรื่องรถ กล้อง เลนซ์ มือถือ ฯลฯ
เรื่องเก่าๆที่ย้อนเข้ามามันทำให้รู้สึกเศร้าใจ คนเรามักเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ในยามที่เราจะเสียมันไป ต่อไปเราจะไปหามุมอู้งานนั่งจับกลุ่มโม้เรื่องต่างๆได้ที่ไหนเนี่ย เรานี่น้าว่าแต่คนอื่น ตัวเองก็อยากรั้งเพื่อนเพื่อตัวเราเองเหมือนกัน แย่จิงๆ ต้องหยุดคิดเรื่องทั้งหมดแล้วยินดีกับเพื่อนที่ได้เลือกทางที่ดีให้กับชีวิตตนเองได้แล้ว ส่วนตัวเรานั้นจะเก็บทุกความทรงจำที่ดีๆไว้ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าจากกันไปแล้ว ถ้าเจอกันคราวหน้าอย่ามาอ้างว่าเราเคยเป็นเพื่อนกันนะ เราจะโกรธมากๆ ต้องบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันต่างหากถึงจะถูก เราไม่เคยเลิกเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว แค่จำเป็นต้องจากกันชั่วคราวเท่านั้น
คิดอยู่เหมือนกันนะ ว่าทำไมคนไปต้องเป็นเหม่ ถ้าหากมีคนนึงที่ต้องไปจริงๆทำไมไม่เป็นเรา ความผูกพันธ์ของเราคงเทียบกับเหม่ไม่ติด (โลกส่วนตัวเราค่อนข้างมาก) อีกอย่างเราเป็นผู้ชายด้วยเรื่องอย่างนี้คงไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว เสียดายเวลาไม่อาจย้อนคืน เราน่าจะฉุกคิดได้เร็วกว่านี้ รู้ตัวก่อนนี้ เสียดายเวลาจริงๆ อยากกลับไปแก้ไขทำสิ่งดีๆที่เราจะไม่ต้องมานั่งเสียใจ เสียดายทีหลังจัง
สุดท้าย วันนี้พวกเราก็จัดงานเลี้ยงส่งเหม่ กินข้าวและร้องคาราโอเกะกันที่ใบไม้ร่าเริง (รอบนี้คนเสียงดีไปเพียบ) ร้องไปร้องมาพอไปถึงเพลง หัวใจผูกกัน ของบอย โกสิยพงษ์ ถึงกับอินไปเลย โดนใจมากๆ เพลงอื่นก็สนุกๆเรื่อยๆ จนในที่สุดงานเลี้ยงต้องมีวันเลิกลา เรากลับกับปอนด์ก่อนเพราะไม่อยากเห็นภาพเศร้า และปอนด์มันไม่สบายผืนอยู่มานานละ เราไปชวนกลับพร้อมกัน เกรงใจปอนด์อ่ะ แล้วในที่สุดวันนึงก็จบไปด้วยความดีใจกับเพื่อนและความเศร้าของการลาจากปนๆกันไป
ปล. แด่เหม่ซัง หลังจากนี้เหม่ไปรักษาตัว และไปเรียนต่อที่จีน อาจไม่ได้เจอกันอีกนาน อยู่คนเดียวถ้าเหงาๆ อย่าลืมฟังเพลง หัวใจผูกกัน แล้วคิดถึงพวกเราบ้างนะ (ให้ทุกๆครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ ก็ขอให้รู้ที่แห่งนี้ นั้นยังมีรักอยู่ เคยเป็นยังไงในตอนนี้ ขอให้รู้ว่าจะไม่มีเปลี่ยนไป...) ติดต่อกันบ้างนะ (ถ้าไปลอง Diff กะพี่ต่อชวนเราไปดูโด้ยจิ) 9月25日 ชีวิตหลังทำงานไป 6 เดือน
- ด้านเวลา ถ้าให้เราดูแลเองคงล้มละลายไปแล้วแหงๆ หุหุหุ ออกแนวเรื้อนๆส่วนมาก อยากหาเวลาเจอเพื่อนๆ สังสรรค์กับคนอื่นๆมากกว่านี้ เรื่องนี้คงต้องค่อยๆปรับปาย เริ่มรู้ซึ้งถึงคำว่า "มนุษย์เงินเดือน" แล้วท่าน เหอๆๆ อยากรู้ต้องลอง แต่ระวังเสพติดน้า เป็นแล้วเลิกยาก เด๋วอาการลงแดงจะกำเริบ (ชั้นเหมือนคนไม่มีกำลังและหมดแรงจะลุกจะยืนไป ชั้นเหมือนคนกำลังจะตายที่ขาดอากาศจะหายใจ.... 5555 ยืมเพลงมาหน่อย)
- ด้านทุนทรัพย์ เหอๆๆๆ เป็นที่แน่นอนว่าทำงานเองแล้ว รู้สึกเหมือนมีเงินของตัวเองขึ้นมา อย่างว่าการหาเงินนั้นยาก แต่ที่ยากกว่านั่นคือการรักษาให้มันยังอยู่ เหอๆๆ ของอยากซื้อมีมาก ในขณะที่ทรัพย์น้อย ทำงายดีอ่าท่าน อ้อนึกขึ้นได้ ด้านการเงินน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญของอาการลงแดงด้านบนนะ เหอๆๆ บรรเทาได้ด้วยอาการอัดฉีดเงินเข้าไปเยอะๆ รับรองหายขาด
- ที่ทำงาน ยังกันดารอยู่เหมือนกัน กับอาหารเดิมๆ บรรยากาศการทำงานก็เหมือนๆเดิมอยู่ทุกวัน แต่สิ่งที่ยอมรับว่าดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทีได้จากที่นี่คือ เพื่อนและผู้ร่วมงาน ต้องบอกว่าน่ารักกันมากจิงๆ (อย่าคิดปายไกล เน้นที่นิสัยเป็นหลักน้า แต่หน้าตาน่ารักก็มี) มีหนมไม่ขาดพุง มีเรื่องฮาๆให้ได้แอบขำอยู่ตลอด ช่วยเหลือกกันดีมาตลอด ขอบคุณนะคร้าบผม อยากบอกว่าดีใจจิงๆที่ได้ทำงานที่นี่ (อ้อ หัวหน้าก็ท่าทางใจดีมากโด้ย)
- ด้านความรัก ด๋มรักเด็ก หุหุหุ ไม่ใช่ละ เอาเป็นว่าหาไม่มีแต่นารีไม่ขาดก็แล้วกัน อ้าวเฮ้ย ไม่ใช่ละ เห็นมันคล้องกันดีเลยพิมพ์ไปซะงั้น เอาเป็นว่าเราอยากเป็นลมอ่า เอ้าอย่าเพิ่งงงนะ หมายถึงอยากเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านใครต่อใครยามที่ร้อนใจก็พอ เผื่อช่วยได้ หุหุหุ
เราไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครคิด ไม่เคยเอาใจใส่ใคร ทุกอย่างยึดตัวเองเป็นหลัก ที่ช่วยไปก็ไม่ต้องถือเป็นบุญคุณหรอก เพราะแค่อยากช่วยเท่านั้น หากเราขี้เกียจต่อให้ขอก็ไม่ช่วยหรอกนะ แม้แต่ใจตัวเองยังคุมไม่ได้เลย มันโลเลๆพิกล (เตือนสาวๆเอาไว้ เรานี่ล่ะ วัตถุอันตรายควรห่างในระยะหมื่นเมตร ขืนเข้าใกล้กว่านี้ เด๋วจะเผลอใจไป รักนะ เด็กโง่)
- ด้านสมอง 5555 หลังเขียนด้านบนไป สงสัยสมองคงกระทบกระเทือนอย่างแรง สงสัยเจอ ni hongo attack เข้าไปล่ะมั้ง ตอนนี้ติด confuse ผสมอาการเอ๋อ อาการประมาณว่า เวลาตื่นจาลืมตา เวลานั่งจะไม่ยืน เวลาหลับจะไม่รู้สึกตัว เวลาไม่กินจะหิว แต่พอกินแล้วก็อิ่มทุกทีเลย อาการขนาดนี้จะมีหมอที่ไหนช่วยผมได้บ้างมั้ยคับ ผมจะตายมั้ยหมอ แง๊ๆๆๆ ประสาทแด๊กแล้วตรู สงสัยทำงานมากไป (@_@)
ปล. ปิดท้ายด้วยรักทุกคนน้า แต่มะค่อยรักเด็ก กลัวผี และเกลียดแมลงสาปงับ บอกปายทำไมเนี่ย งงตัวเองจิง อิอิอิ ไปนอนแล้นดีกว่า บายๆ 7月22日 งานบวชจี๋ + ซ้อมรับปริญญาเกษตร เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า งานบวชของเอ๊กซ์ เพื่อนกลุ่มซี้ปึ้กตั้งแต่สมัยอัสสัม ดูท่ามานจะกลัวไม่มีใครไปงานมากๆ ขนาดไปรอหน้าวัดตั้งแต่ตี5ครึ่ง หุหุหุ เวลานั้นป๋มเพิ่งตื่นเองงับ พอไปถึงก็"ด้คุยกันนิดหน่อย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพิธีกรรม เราก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก ส่วนใหญ่เลยกลายเป็นเพื่อนเกามาคุยกันเองมากกว่า พอเวียนรอบอุโบสถ 3 รอบ จากนั้นส่งเพื่อนเข้าอุโบสถ ก็เกือบ 9 โมงละ ต้องรีบไป ม.เกษตร ถ่ายรูปกะเพื่อนๆ (เอ๊กซ์มานยังไม่ได้เริ่มบวชเลย ชิ่งซะละ)
นั่งแท๊กซี่จากท่าพระจันทร์ไปเกษตร ไม่แพงเท่าไหร่ 150 บาท ที่นั่นคนเยอะมั่กๆ ทำเอามึนๆไปชั่วขณะ อาศัยโทรถามบอสกะเมย์ซัง จนมารวมตัวกันได้ หลังจากนั้นก็เป็นเทศกาลถ่ายรูป หุหุหุ
เด็กโตโยต้ามารวมกันโคตรจาเยอะ ถ่ายรูปทีนี่รวมตัวกันอลังการมั่กๆ มีรถขวางรถ มีถนนขวางถนน หย่ายซะอย่าง เหอๆๆ กล้องถ่ายก็หลายตัว หลอกล่อให้มึนแล้วค่อยถ่าย ไม่รู้จะประกาศศักดาโตโยต้า หรือบอกว่าเป็นเด็กฮอนด้าดี ดูแล้วก็เหนื่อยแทนพวกบัณฑิตน้า หุหุหุ ทั้งยิ้มทั้งยืน เมื่อยทั้งหน้าและขาไปตามๆกัน
งานนี้นอกจากถ่ายรูปแล้วเรายังได้เจอเพื่อนเก่าทั้งจากอัสสัมและบางมดโด้ย สำหรับเพื่อนอัสสัมคือกลุ่มประจำที่เจอตอนวันรับปริญญาของจุฬา และมหิดล อิอิอิ โลกกลมจริงๆ สำหรับเพื่อนบางมด ภาคอินเตอร์มีเห็นผ่านตาอยู่ 2 - 3 คน แต่มะได้เรียกทัก ส่วนภาคปกเจอคนเดียว ช่วงนั้นเราสายเลยกำลังรีบ + ช็อกเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอ อยากจะบอกว่าดีใจมั่กๆที่เจอกาน และดูสบายดีนะ หวังว่าจะได้เจอกันอีกน้า (คิดถึงเพื่อนๆอยู่เหมือนกาน)
หลังจบช่วงถ่ายรูป เรา ต่อ ดิว อี๋ เมย์ เหม่ ก็รวมกานปายกินพิซซ่าที่เมเจอร์ สั่งอะไรปายกันบ้างก็ม่ายรู้ ที่ถูกใจเราที่สุดคือสลัดบาร์ เพระบอสตักได้คุ้มมาก ยอมกินขี้มือบอสหน่อย แต่ได้ปริมาณเพิ่มขึ้นอีกเยอะๆ คุ้มๆ ท้องไม่เสียเป็นใช้ได้ หลังกินเส็ด ก็จะปายดูแฮรี่กันต่อ แต่เรารีบกลับก็เลยขอกลับก่อนน่ะ (ด้วยเหตุผลที่ว่า 1.รู้สึกผิดจากงานบวชเพื่อนเก่าที่ไม่อยู่จนจบ (อันนี้มีส่วนน้อย) 2.งบประมาณในคลังแสงเป็นแบบ show me the money แม่เติมให้ เลยไม่อยากใช้ตังมาก เกรงใจอ่า 3.คิดว่าที่บ้านขาดคนช่วยงาน มะมีลูกจ้าง หายบ่อยๆเด๋วโดนแบน (ไม่รู้ว่าน้องอยู่บ้าน ปกติมานจะไปเรียนพิเศษ)) ด้วยเหตุผลประการฉะนี้เลยกลับก่อน ซึ่งถึงบ้านก็ประมาณ เกือบ 4 โมงเย็นได้ ไกลเหมือนกันแฮะ
กลับมาบ้านก็พอดีมีของส่ง แต่ไม่หนักอะไรส่งง่ายๆ ถือว่าโอเคไป น้องก็อยู่บ้าน ไม่มีปัญหาอะไร รู้สึกเสียดายนิดๆที่มะได้ไปดูหนังกะเพื่อนบริษัท แล้วก็เสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมก๊วนเพื่อนเก่าโด้ย (มานไปกินพิซซ่าผักกัน ฟังแล้วน่ากินจัง) พอแล้วดีกว่า ปายนอนแล้น บายๆน้า
ปล. ถึงเอ๊กซ์ โชคดีนะเพื่อน อย่าโกรธกันนะ เราพยายามอยู่ให้มากที่สุดแล้ว ส่งเข้าอุโบสถเสร็จ เล่นเอาเราต้องเบิ่งแท๊กซี่ไปเลยทีเดียว เราไปงานเพื่อน ม.เกษตรวันอื่นมะได้เพราะมันติดวันทำงานอ่ะนะ คงเข้าใจ
ปล2. ถึง แก้ว แนท แอม เพ็ญ จอย มน กวิ้น ใครอีกหว่าเยอะ.... เอาเป็นว่า ยินดีด้วยกับทุกคนน้า
ปล3. ถึงเพื่อนเก่าที่เจอกันที่เกษตร ดีใจมากๆเลย อยากคุยด้วยแต่ตอนนั้นสายมากแล้วกำลังรีบ โทษทีน้า ไว้มีโอกาสเจอกันใหม่ จะไปทักทายน้า
ปล4. ถึงกลุ่มที่ปายกินข้าว เราไม่ได้ปายดูหนังโด้ย โทษทีนะ อยากดูเหมือนกัน แต่จากเหตุผลข้างต้นอ่ะนะ เลยตัดสินใจรีบกลับดีกว่า อีกอย่างคือมันยังไม่ดึกโด้ยแหละ ดูแล้วบอสกลับคนเดียวได้สบาย หายไปก็มะใช่ความผิดป๋ม หุหุหุ
ปล5. ขอบคุณพี่ต่อและเหม่ซังสำหรับรถ และคำแนะนำเส้นทางกลับบ้านนะ ไม่อยางนั้นคงโบกสาย 35 ไปแล้ว หุหุหุ ประหยัดปายเยอะ
7月15日 ข้อคิดจากโรบอท ได้ข้อคิดไรบ้างหว่า คิดก่องน้า หุหุหุ..... อ้อคิดออกละ
โรบอทนั้นเหมือนเดะ(โง่) สั่งอะไรก็ทำตาม เปรียบดังผ้าขาว (ไม่ไตร่ตรองแทนตรูเลยว่าสั่งมั่วอยู่ ทำตามปายด้าย เห็นแล้วอนาถ เหอๆๆๆ รถอะไรก็ม่ายยู้วิ่งไล่งับหางตัวเองได้ ทำตัวกระตุกได้ วิ่งหนีเส้นได้ สับสนในชีวิตได้)
โรบอทสอนให้เราคิดเป็นระบบ บางทีจินตนาการไปถึงโลกพระจันทร์ละ แต่โค้ดยังไม่หลุดจากพื้นโลกเลย เหอๆๆ ฝึกเข้าๆ
โรบอทสอนให้เลี้ยงลูกเป็น เพราะบางครั้งมันก็เรื้อนอย่างไร้สาเหตุ เราต้องใจเย็น เอาใจใส่ ดูแล และเข้าใจมัน (โอ๋ยิ่งกว่าน้องแท้ๆของตรูอีก เซ็งจิต)
โรบอทสมานฉันท์มิตรภาพ เพราะมีกานอยู่แค่นี้ พอคิดไม่ออกล่ะก็.... ครายก็ด้าย ช่วยกรูโด้ย
เมื่อโรบอทผ่านไปทำให้นึกถึงใจตัวเอง เรามีวัตถุประสงค์ฮะไรกันแน่ คงไม่ใช่เหมือนโรบอทที่คอยแต่รับคำสั่งไปวันๆ
สำหรับเราคงมีง่ายๆแค่ 3 ข้อล่ะมั้ง
1. ได้เห็นครอบครัวมีความสุข อยู่กันสบาย
2. น้องแท้ๆของเรา ให้มันเลี้ยงตัวเองได้และเราหมดห่วงจากมัน
3. อยู่อย่างมีความหมาย และตายอย่างภาคภูมิ (เราไม่อยากอยู่อย่างไร้ค่า ถ้าจะเป็นแต่ภาระให้ใคร สู้ตายซะจะดีกว่า)
ชีวิตไร้แก่นสารซะขนาดนี้ล่ะน้า หาแฟนยากแหละเรา... หุหุหุ
ปล. ถึงเมย์ซัง ทำงานกะเราเครียดมั้ย เราค่อนข้างจิงจังเวลาทำงาน แต่จิงๆมะมีไรน้า (เวลาเครียดชอบกัดเล็บ ช่วง 2 อาทิตย์นี้เล็บด้วนหมดแล้น อิอิอิ) หากเรามัวแต่คิดโค้ดจนเงียบเป็นเป่าสาก ก็เอาครกมาโด้ยละกันนะ จะได้ครบชุด หุหุหุ เอาจิงๆมะซีเรียสนะจ๊ะ แค่หน้าตามันพาไปเจ๋ยๆ
ปล2. ถึงทุกคน สืบเนื่องจากข้อหนึ่ง ขอบคุณเพื่อนๆที่เป็นห่วงน้า ถ้าจะปันน้ำใจกันตอนทำโรบอทเส็ดพาเราไปต่อเล็บทีน้า จะได้มีให้กัดใหม่ (หุหุหุ ล้อเล่นงับ)
ปล3. ปอนด์โดะ ไหนว่าจะมาบายเนียร์แล้วแวะงาย กินเหล้าแล้วลืมเพื่อนเลยนะเมิง หุหุหุ
ปล4. ดิวและบอส เราไรท์รูปให้แล้นน้า ไม่ต้องเอาแผ่นเปล่ามาให้นะ มะกี่บาทเอง ไว้ตอบแทนเป็นเลี้ยงวอตก้า ก็แล้วกัน 5555 ม่ายมาวมะเลิก
ปล5. ถึงเพื่อนฝึกงาน เพื่อนบางมด และเพื่อนอัสสัม อย่าน้อยใจกานน้า ช่วงนี้เราทำโปรเจกอ่า ไม่ได้เจอกานเลย ถึงเวลาว่างๆแล้วจาหาเวลาไปก๊งเหล้ากันเน้อ (หุหุหุ ล้อเล่น เราดื่มเหล้ามะเป็นงับ ทุกคนรู้กานดีเนอะๆ) 7月7日 วันที่สวรรค์และนรกอยู่ที่เดียวกัน หวัดดีเพื่อนๆ ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ไม่ได้ไปรับน้องภาคน้า ทำโอทีอ่า เด๋วจาแจงสาเหตุให้ฟัง
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เขาให้สร้าง robot (รถสำเร็จรูป) ให้วิ่งเป็นเลข 8 ให้ได้ มีเซนเซอร์วัดแสงตรงพื้นรถด้านหน้า 4 ตัว เซนเซอร์รับแรงสัมผัส 2 ตัว อยู่ด้านหน้าทางซ้ายและขวา มี LCD แสดงผลได้ เป็นไง ได้ยินงานก็น่าหนุกแล้วช่ายม้า
เวลามีไม่มากเราเลยต้องรีบทำให้เสร็จ เพราะเดี๋ยวต้องทำโปรเจกใหญ่ที่คิดเองอีก ช่วงนี้เลยทำโอทีถึง 2 ทุ่มทุกวันเลย ต้องบอกว่าเวลาทำมันเพลินสุดๆ ลืมเวลาไปเลย หนุกมั่กๆ แต่นรกจะเกิดขึ้นตอนที่ผลมันไม่ออกอย่างที่คิด ได้แต่บ่นๆด่าๆ บางทีเขียนโค้ดผิดเองบ้าง บางทีไอ้ compiler เจ้ากรรมก็เรื้อนบ้าง แบบพี่ช่วยหาก็ไม่เจออ่ะ นรกสุดๆ สรุปโดยรวมแล้วโคตรจามีความสุขเลยนะตอนนี้ แถมท้ายด้วยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังทำโอทีเสร็จ พี่ๆชวนกันไปเที่ยวต่อ สถานที่เราไม่แน่ใจชื่อนะ อยู่สุขุมวิท 66 คล้ายๆว่าชื่อ ปาร์ค ทู บาร์ ปามานเนี้ยแหละ (ถ้าผิดก็ช่วยแก้โด้ยเน้อ อาย อิอิอิ) ตอนแรกมะค่อยอยากไปหรอก ปวดฟันคุด บวมโด้ย แต่เพื่อนปายกันทั้งแผนก เอ้าไปก็ไป เห็นบ่นว่าอยากไปกันตั้งแต่วันอังคารแล้วหนิ
เริ่มจากวิธีการเดินทาง มีรถ 2 คน (เก๋ง) กับสมาชิก 14 คน (*_*) เบียดโคตร ความรู้สึกถึงนรกน้องๆตอนคิด code ไม่ออก ไอ้เราก็พูดไม่คิดไปหลายคำ พูดแล้วก็เพิ่งนึกได้ว่ามันส่อ เช่น ตอนขยับมานั่งหน้าๆ ให้พี่เขาได้พิง บอกไปว่า "พี่.. ผมเปิดหลังให้" อี๋ ฮาก่อนเพื่อนเลย บอสแกไวจิงๆ ขนาดไอ้ปอนด์ยังนั่งนิ่งเฉยๆ พอบอสฮาเราเพิ่งนึกทัน (อ้าวกรูพลาดแล้น หุหุหุ) ตลอดการเดินทางบรรยากาศกรึ่มกรึ้ม ปามานว่าแน่นจนพูดไม่ออก มันปวดเมื่อยจนชา จนกาแฟไปทั้งขาแล้น หุหุหุ แต่ยังไงก็รอดมาได้ พอไปถึงสถานที่ บรรยากาศสบายๆ ดูผ่อนคลายดี ไปถึงก็กินข้าว ฟังดนตรีสด (เห็นว่านักร้อง เป็นนักร้องนำวงพรัม อ่ะ (ปกติไม่ค่อยรู้จักวงดนตรีหรอกนะ) เสียงดีโคตรอ่ะ เอาเพลงเก่าๆมาร้องแต่ก็ร้องดีทุกเพลง เจ๋งจิงๆ กับข้าวก็อร่อย บรรยากาศก็ดี เหมาะแก่การพาแฟนมาเที่ยวซะจริง (ใครสนใจเป็นแฟนผม สมัครด่วนน้า จาพาไปเลี้ยงที่นั่น 5555) สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ.... เหล้า!!! เพื่อนบางมดอย่าโตะจายนะถ้าด๋มกินเหล้า กินแค่ครั้งเดียวค้าบ มะกินละ
เห็นว่าเพื่อนๆมากันหมด พี่ๆอุตส่าห์อยู่ดึกดูแลทั้งที เพื่อนๆกินกันหมดก็กินโด้ยละกัน (ตอนนั้นมะรู้ว่าเหม่มะกิน แต่ไหนๆพูดไปแล้ว ต้องรักษาสัจจะ อีกประการหนึ่งรู้สึกมันจะเป็นเรดด้วยแหละ ถ้าแสงโสมก็ยังไงก็ขอบายคับพี่น้อง 5555 กินเหล้าก็ไม่เป็นยังเลือกอีก) ก็กินไปนิดหน่อย มะมาก แค่ตึงๆแล้วหยุด กินปาย 8 แก้ว มี 7 แก้วที่ชงบางๆ ส่วนอีกแก้วนึงมะรู้ คงปานกลางมั้ง ไอ้แก้วปานกลางนั่น บอกปอนด์ให้ช่วยดูว่าใส่แค่ไหนดี เทไปก็มองมันไป เทไปพักนึงมันก็พูดว่า พอแล้วไอ้เอี้ย... 5555 กูทำมือวัดระดับไว้แค่นี้ มึงเทซะท่วมหัวสัญลักษณ์ของแก้วเลย (แก้วมันมีโลโก้เล็กๆ สีแดง อยู่ตรงด้านล่าง) บ่งบอกให้รู้ว่าเทเลยแล้ว เอาน่า ขำๆ ไหนๆก็กินแค่วันเดียว กินก็กิน พอหมดแก้วที่ 7 มันก็เริ่มตึงละ คนมะเคยกินก็งี้ล่ะ แต่บอสอี๋แก เอ้าชน เอ้าชน 5555 มีแต่แก้วอันว่างเปล่า ชนไปก็ไร้ค่า ว่าไปแล้วก็ ปอนด์ขอบางๆให้แก้วดิ ขากลับ นั่งแท๊กซี่กลับกับปอนด์และเหม่ บ้านเราไกลสุด แต่มะเป็นปัญหา คนอื่นมานหลับกัน เราก็ง่วง เลยชวนแท๊กซี่คุย (คุยเก่งมาก หนุกดี) คุยยาวจนถึงบ้านเลย กว่าจะถึงบ้านก็น่าจะตีหนึ่งแล้วมั้ง มะแน่ใจ ง่วงมั่กๆ พอรุ่งเช้า เฮ้ย ทฤษฏีไอ้ปอนด์ได้ผลอ่ะ เหงือกอักเสบที่ปวดนักหนา โดนแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดไปฆ่าเชื้อซะเกลี้ยง ยุบ+หายปวดเลย รู้สึกดีๆ ตอนแรกกลัวเพราะเห็นเพื่อนกินแล้วแฮ้งก์กัน เรากินไม่มาก โชคดีปาย
ปล1. บอสอี๋แกเสียงดังได้แม้ว่าตอนไม่เมาก็ตาม ปล2. ไอ้ดิว ไอ้ปอนด์ และพี่ต่อ ไม่ว่าจะเมาหรือไม่เมาก็ฮาอยู่เหมือนเดิม ดีๆ อยู่กับกลุ่มนี้แล้วไม่เครียด ปล3. รอบหน้าถ้าชวนไปอีก ขอรถเพิ่มน้าคร้าบ หุหุหุ มะอยากเจอนรกอีกรอบ ปล4. โรบอทไม่วิ่งชวนให้ครึ้มใจไปกินเหล้าทีนึงละ ถ้าอาทิตย์หน้ายังมะได้อีก ทำโปรเจกรถลากแน่ๆ เหอๆๆ ดับเครื่อง เอาเชือกผูกกับรถของคนที่วิ่งได้ 555 ถึงจะช้ากว่าแต่ก็ถึงเส้นชัยล่ะว้า ปล5. เพิ่งรู้ว่าแก้ว แนตโตะ เมย์ แล้วก็มน กินเหล้านะเนี่ย surprise เล็กน้อย ปล สุดท้าย. ถึงเพื่อนๆและน้องๆที่น่ารัก พี่มะได้โดดเลี้ยงน้องไปเที่ยวนะคร้าบ เลิกงานก็ดึกแล้นอ่าเกือบ 3 ทุ่ม (ลุงแกอัญเชิญกลับแล้ว หัวหน้าเขาเป็นห่วง) พี่มะมีที่ปาย รถก็มะมีเลยติดรถพี่ๆเขาปายน้า แวะนิดหน่อย ไว้โอกาสหน้าพี่พาน้องไปเลี้ยงไถ่โทษละกันนะค้าบ มะโกดน้า 7月1日 บัณฑิตจุฬา กับโลกที่กล๊มกลมเย้ๆในที่สุดก็สามารถอัพบล็อกได้อีกครั้งนึง เพื่อไม่ให้เสียเวลา เริ่มเรื่องเลยดีกว่า
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปจุฬากับเพื่อนในแผนกมาล่ะ ร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนที่จบกานมาได้ เก่งเนอะ หลักที่ไปก็จะหา ปอนด์ เมย์ และเหม่ เพื่อนในแผนก ส่วนที่เหลือเราไม่ได้โทรไปนัด อยากให้มันเป็นไปตามยถากรรมมากกว่า หุหุหุ กรรมหนักก็จะไม่ได้เจอกัน พอไปถึงที่มหาลัย คนเยอะมากมายอ่า ออกแนวมึนๆ คิดในใจว่า แล้วอย่างนี้กรูจะได้เจอเพื่อนเหรอว้า ถ้าไม่ได้นัดก็ไม่มีสิทธิ์ล่ะ แต่พอไปจิงๆแล้วผิดคาดอย่างแรง เจอเพื่อนหลายคนอยู่
เพื่อนอัสสัม : กาน, หมู, แอ้ม, ปาล์ม, กอล์ฟ, เบ, วัฒน์ ฯ (มีอีกแต่ตอนนั้นรีบอยู่เลยไปแจมถ่ายไม่นาน ยังไม่ค่อยได้คุยกันเลย โทษทีนะเพื่อน
เพื่อนบางมด : โบว์, เบิร์ด(หมีขาว), เบลล์(เต่า), หญิง, ยุ้ย(รายนี้เห็นแต่ไม่ได้ไปทักน้า โทษทีอ่า เห็นอยู่ไกลๆแล้วเผอิญกลุ่มเรากำลังกลับกันแล้ว) เพื่อนฝึกงาน : เล้ง, ดิด ส่วนเพื่อนที่ทำงานเจอกันหลายคนมาก นับไม่ไหว ยังกะวันทำงานของ new comer แน่ะ หุหุหุ ไม่ได้โอทีนะพวก งานนี้เสียดายที่ปกติเราไม่ได้เป็นคนชอบถ่ายรูป มักจะเป็นตัวละครลับ โดยเฉพาะเพื่อนอัสสัม โชคดีกันเลยนะ เจอเราทีมันเฮ้ยอย่างกับเห็นผีกันทั้งกลุ่มแน่ะ หุหุหุ ตอนจากกันนั่นเราน้ำหนัก 96 กก. ตอนนี้มันคงเปลี่ยนไปเล็กน้อยอ่ะนะ ยังดีที่จำกานได้
สำหรับก๊วนอัสสัม พวกเราไม่มีใครจบจุฬาตอนนี้เลย ไม่เป็นไร รองานบางมด สยาม มหิดล จุฬา(ปีหน้า) ธรรมศาสตร์(ปีหน้า) รังสิต(ปีหน้า) เจอกันนะพวก เอ้อสำหรับไอ้นิ๊ก วิศวะการบินนี่มันเรียนกี่ปีวะ 6 หรือ 8 ตอนจบเรียกด้วยละกาน ว่าที่วิศวะกรหย่าย พอจบแล้วเลี้ยงเลยนะเมิง (ควงแอร์หน้าตาดีๆมาแบ่งเพื่อนๆบ้างนา) ปล. งานนี้อิจฉาเด็กเกษตรจัง กว้างขวางมั่กๆ เห็นเจอกานเยอะเลยดีจาง ปล2. บอสแกได้ใช้เสียงให้เป็นประโยชน์ก็งานนี้ล่ะ เสียงมาก่อนตัวระบุตำแหน่งตัวเองได้ดีกว่า GPS อีกขอบอก อิอิอิ ปล3. งานนี้สงสารพี่ต่อเล็กน้อย มะใช่รุ่นของพี่แก โอกาสเจอเพื่อนเลยเรียกว่าน้อยมั่กๆ สรุปแล้วเจอบ้างรึเปล่าค้าบ ปล4. หนังเรือง Transformer หนุกมาก อาจมีบางจุดขัดใจนิดหน่อยแต่รวมๆแล้วเยี่ยมดี มีบางคนบอกว่าซึ้งโด้ย ปล สุดท้ายและท้ายสุด ยินดีด้วยกับเพื่อนๆบัณฑิตทุกคนน้า และสำหรับเพื่อนๆทุกคนเลย ดีใจที่ได้เจอ ได้รู้จัก และเป็นเพื่อนกันนะ เพื่อนร้อยละ99.99 ของเราเป็นคนดี โชคดีจิงๆเลย คนที่ไม่ได้เจอกันเลยก็หวังว่าจะได้เจอกันอีกน้า 5月21日 blog สุดท้ายก่อนพักยาว โทษทีน้าเพื่อนๆในโลก space เราไม่ได้อัพเพิ่มหรือเม้นต์ให้ใครมานานเลยอ่า ช่วงนี้เรียนญี่ปุ่นหนักมากจนไม่ค่อยได้มีเวลากระดิกตัวไปไหนอ่า สำหรับเพื่อนเก่าๆที่น่ารัก เพื่อนสนิทมิตรสหาย เรายังไม่ได้ตายจากไปไหนนะ ไม่ได้โทรไม่ได้คุยไม่ได้จอยกันเลย บางทีโทรหาเราเราก็ไม่ค่อยว่าง ต้องบอกว่าขอโทษจิงๆนะ ขอเวลาอีก 4 เดือนในการปรับตัวนะเพื่อน เมื่อไหร่ที่เราอยู่ตัวเราจะกลับมาอีกครั้ง และยังเป็นเพื่อนคนเดิม...
อ้อสำหรับบล็อกเราคงไม่ได้อัพอีกนานเลยนะเพราะการบ้านกับเรียนญี่ปุ่นหนักมากอ่า (ใครบอกว่าง่ายหว่า ยากชิหายเลย แต่ก็หนุกดี) ตอนนี้เราฝึกเขียนไดอารี่เป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่ แต่ฝีมือห่วยเกินบรรยาย รอจนกว่าเราจะเล่าเรื่องอะไรเป็นผู้เป็นคน แล้วเราจะมาเขียนให้ดูเน้อ อิอิอิ เพื่อนบางมดเรียนกันมารอยู่แล้ว เชี่ยวๆกานทั้งนั้นคงสบาย สำหรับใครที่อ่านมะออกเราจะมี sub แปลให้ด้านล่างโด้ย ดีมะ อิอิอิ
ปล. ทั้งหมดนี้เป็นแผนในอนาคตนะ ขอให้เพื่อนๆที่น่ารักทุกคนโชคดี อยากบอกว่ารักมากโดยเฉพาะสาวๆ (555 ล้อเล่นนา ด๋มมะม่อขนาดน้าน) ไว้เจอกานเน้อ ขอให้โชคดีมีความสุขทุกคนนะ บายๆ |
|
||
|
|